เที่ยวท่อง 2 แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของไทย!เมืองไทยของเรามีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO 5 แห่ง ด้วยกัน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง

และเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีก 2 แห่ง แต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันไป วันนี้ ขอชวนคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ 2 แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติกัน… พร้อมแล้วไปกันเลย!

1.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง
ผืนป่ายิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยผืนป่าอนุรักษ์ 3 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีพื้นที่ครอบคลุม 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก มีพื้นที่ 3,609,375 ไร่ หรือ 5,775 ตารางกิโลเมตร

เที่ยวท่อง 2 แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของไทย!

ทั้งนี้ ได้มีการรวมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเข้ามาด้วย ทำให้เป็นผืนป่าอนุรักษ์ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ.2534 นับเป็นสถานที่ธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียออกเฉียงใต้ที่ได้เป็นมรดกโลก มีอาณาเขตทอดยาวตามแนวเทือกเขาถนนธงชัยเชื่อมต่อกับตอนเหนือของเทือกเขาตะนาวศรี นับเป็นผืนป่าธรรมชาติที่รวบรวมไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำของแควใหญ่และแควน้อย ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแม่กลอง

 

2.ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

นับเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2548 ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ประกอบไปด้วยพื้นที่คุ้มครอง (Protected Areas) หรือพื้นที่อนุรักษ์สภาพธรรมชาติจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา, อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี, อุทยานแห่งชาติปางสีดา อ.เมือง จ.สระแก้ว, อุทยานแห่งชาติตาพระยา อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มีพื้นที่ป่ารวมกันเกือบ 4,00,000 ไร่ หรือ ประมาณ 6,200 ตร.กม.

เที่ยวท่อง 2 แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของไทย!

เดิมเป็นป่าดงดิบชุกชุมทั้ง เสือ กระทิง ช้าง และไข้มาเลเรีย ไม่มีถนนตัดฝ่าผืนป่าเหมือนทุกวันนี้ ผู้คนตั้งชื่อผืนป่านี้ว่า "ป่าดงพญาไฟ" มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ตั้งแต่ป่าดงดิบ, ป่าดิบชื้น, ป่าดิบแล้ง, ป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า อีกทั้งยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำและเป็นต้นน้ำที่สำคัญ ทั้งแม่น้ำนครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี, ลำตะคอง, ห้วยมวกเหล็ก และแม่น้ำมูล (ไหลลงสู่แม่น้ำโขง) ตลอดจนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพืชนานาพันธุ์ แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือน “เขาใหญ่” ไม่ต่ำกว่า 700,000-1,000,000 คน เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี

เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแล้วออกไปรู้จักกับ “มรดก” สมบัติล้ำค่าของชาติ…ที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันรักษา “มรดก” ที่ยิ่งใหญ่นี้ ตราบนานเท่านาน!