จราจรทางอากาศไทย 8 แสนเที่ยวบิน โตสุดในอาเซียนปริมาณจราจรทางอากาศของประเทศไทย เติบโตสูงสุดในอาเซียนทะลุ 8 แสนเที่ยวบินต่อปี คาดจะเพิ่มเป็น 9 แสนเที่ยวในปีหน้า (2559)

ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของปริมาณจราจรทางอากาศสูงที่สุดในอาเซียน ด้วยปริมาณจราจรทางอากาศ 8 แสนเที่ยวบินต่อปี ซึ่งคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า สาเหตุจากการเติบโตของการท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินที่ทำการบินขึ้น-ลง ณ สนามบินและบินผ่านน่านฟ้าประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่พื้นที่ห้วงอากาศมีอยู่จำกัด

สืบเนื่องจากแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการบินและการซ่อมบำรุงด้านอุตสาหกรรมการบินของอาเซียน ประกอบกับมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเปิดเสรีน่านฟ้าจากเดิม Open Skies Policy เป็น Open Skies Under Condition ซึ่งในการเปิดน่านฟ้าจะต้องมีการสำรวจถึงปริมาณความจุของท่าอากาศยาน ว่าสามารถรองรับสายการบินและจำนวนผู้โดยสารได้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ ไทยเปิดเสรีน่านฟ้ามาตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งปัจจุบันท่าอากาศยานหลักส่วนใหญ่ก็รองรับสายการบินจนเต็มจำนวนแล้ว เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศเชียงใหม่, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ทำให้ในบางช่วงเวลาต้องอนุญาตให้ใช้พื้นที่น่านฟ้าของทหารเข้ามารองรับ ซึ่งแผนการแก้ปัญหาน่านฟ้าจำเป็นจะต้องพิจารณาเรื่องการจัดสรรระยะเวลาในการขึ้น-ลงสายการบินให้เหมาะสม และจำนวนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานแต่ละแห่งสามารถรองรับได้ อย่างไรก็ตามสายการบินส่วนใหญ่ยังขอเวลาขึ้น-ลงเที่ยวบินซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาหนาแน่นของตารางบิน

จราจรทางอากาศไทย 8 แสนเที่ยวบิน โตสุดในอาเซียน

จราจรทางอากาศไทย 8 แสนเที่ยวบิน โตสุดในอาเซียน

ปัจจุบัน ห้วงอากาศไทยจะมีพื้นที่ด้านความมั่นคง 48% ด้านพาณิชย์ 52% หากเปรียบเทียบกับประเทศอังกฤษที่มีพื้นที่น่านฟ้าใกล้เคียงกับไทย แต่อังกฤษสามารถรองรับได้ถึง 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี ซึ่งหากไทยนำระบบเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นอาจจะรับได้เพิ่มเป็น 1.4 ล้านเที่ยวบิน ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงได้วางแผนในการขอพื้นที่น่านฟ้าเพิ่มขึ้น โดยจะต้องศึกษารายละเอียดในเรื่องความจำเป็นและกฎหมายการจัดสรรห้วงอากาศ ซึ่งการเปิดเสรีการบินสามารถใช้ท่าอากาศยานอื่น ๆ นอกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง โดยจะต้องสำรวจความต้องการของท่าอากาศยานทั่วประเทศที่ให้บริการระหว่างประเทศและความสามารถในการรองรับของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อพัฒนาท่าอากาศยานภายในประเทศให้สามารถรองรับการขยายตัวในการเดินทางทางอากาศที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามนโยบายเปิดเสรีการบิน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบจราจรทางอากาศทั้งในส่วนของห้วงอากาศ, เส้นทางบิน, เทคโนโลยีการบิน ระบบและอุปกรณ์สนับสนุนการบริการจราจรทางอากาศให้สอดคล้องสามารถรองรับปริมาณจราจรที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการการเดินอากาศซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในระบบ/อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงในคราวเดียวกันทั่วประเทศ โดยเปลี่ยนแปลงจากการให้บริการแบบ Semi-Automation เป็น Full Automation เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดภาระลดงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรทางอากาศของประเทศไปได้อีก 7-10 ปีข้างหน้า โดยในปี 2560 ระบบเทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยสนับสนุนพัฒนาระบบการจราจรทางอากาศให้ทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางอากาศของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก