ดอนเมือง! เบอร์หนึ่งสนามบินโลว์คอสต์โลกสนามบินดอนเมืองทะยานขึ้นอันดับ 1 สนามบินโลว์คอสต์ใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าแชมป์เก่าสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ปัจจุบันในอาเซียน

มีสายการบินต้นทุนต่ำที่บินระหว่างประเทศอย่างน้อย 22 สายการบิน ซึ่งมีเส้นทางการบินในภูมิภาคมากกว่า 1,000 เส้นทางบิน ส่งผลให้ตลาดLow cost ในอาเซียนเข้าสู่การแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบภายหลังได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารอย่างมหาศาล โดยนิตยสารดิอีโคโนมิสท์ รายงานว่า ตลาด low cost ในยุโรปและเอเชีย คือตลาดที่ตอบรับการใช้บริการกับสายการบินต้นทุนต่ำมากที่สุดโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผู้โดยสารจากประเทศไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มากกว่าร้อยละ 50 เลือกใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำมากกว่าสายการบินหลัก

โดยท่าอากาศยานดอนเมืองได้รับการจัดอันดับให้เป็นสนามบินรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Carriers : LCCs) อันดับ 1 ของโลก ด้วยปริมาณผู้โดยสารสูงสุดที่ 22.5 ล้านคนต่อปี แซงหน้าสนามบินกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย โดยมีอัตราการเติบโตของผู้โดยสารในสูงมากเฉลี่ยปีละกว่า 50% ทุกปี เที่ยวบินเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี

ดอนเมือง! เบอร์หนึ่งสนามบินโลว์คอสต์โลก

ดอนเมือง! เบอร์หนึ่งสนามบินโลว์คอสต์โลก

ดอนเมือง! เบอร์หนึ่งสนามบินโลว์คอสต์โลก

ทั้งนี้ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) อยู่ในระหว่างการทบทวนแผนแม่บท (Master Plan) การพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิควบคู่กับการพัฒนาสนามบินดอนเมือง หรือ Duo Airport โดยจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2559 ซึ่งจะทำให้การพัฒนามีความชัดเจนมากขึ้น โดยเป้าหมายของ ทอท. คือการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค มีการเร่งรัดการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 โดยประมาณการวงเงินลงทุนเบื้องต้นที่ 5,000-7,000 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งในส่วนของการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารอีกประมาณ 10 ล้านคนต่อปี รวมกับระยะ 1 ที่ 12.5 ล้านคนต่อปี และระยะ 2 ที่ 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี ในขณะที่การพัฒนาระยะ 3 ในส่วนของศูนย์ซ่อมอากาศยาน คลังสินค้าและการขนส่งสินค้าประเภทเน่าเสียง่าย (Perishable goods) นั้นจะต้องมีการศึกษาด้านการตลาดอย่างรอบคอบ และจาการแผนการพัฒนาสนามบินดอนเมืองตามแผนแม่บท คาดว่าจะช่วยผลักดันให้สนามบินดอนเมืองสามารถรักษาตำแหน่งเบอร์หนึ่งของสนามบินโลว์คอสต์ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างเหนียวแน่น