จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีตลอด 36 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2522-2557) วงการจอเงินและจอแก้วได้นำวรรณกรรมซีไรต์มาสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มากมาย

หลายเรื่อง โดยวรรณกรรมซีไรต์ล่าสุดที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น นับย้อนไปเมื่อปี 2552 ‘ความสุขของกะทิ’ นวนิยายรางวัลซีไรต์ ปี 2549 ของ งามพรรณ เวชชาชีวะ ได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัว จาการกำกับของ เจนไวย์ ทองดีนอก

 จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

‘อมตะ’ นวนิยายรางวัลซีไรต์ ปี 2543 ของ วิมล ไทรนิ่มนวล เคยสร้างเป็นละครทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สมัยยังเป็น ไอทีวี ในปี 2544 นอกจากนั้น ‘คนทรงเจ้า’ นวนิยายที่เคยเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ของวิมล ไทรนิ่มนวล เคยสร้างเป็นภาพยนตร์จาการกำกับของ แจ๊สสยาม ในปี 2532 สมัยยังเป็น ไอทีวี เช่นกัน โดยรวมเรื่อง ‘คนทรงเจ้า’ กับ ‘จ้าวแผ่นดิน’ เข้าด้วยกัน และใช้ชื่อเรื่องว่า ‘คนทรง-จ้าวแผ่นดิน’

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

ช่วงปี 2544-2545 บริษัท กันตนาฯ ได้สร้างละครซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายซีไรต์ขึ้นมาในชุด ‘ซีรีย์ ซีไรต์’ เช่น หม้อที่ขูดไม่ออก (จากรวมเรื่องสั้น ‘อัญมณีแห่งชีวิต’ ของ อัญชัน ซีไรต์ ปี 2533), ครอบครัวกลางถนนและ เสียหมา (จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ‘ครอบครัวกลางถนน’ ของ ศิลา โคมฉาย ซีไรต์ ปี 2536) ฯลฯ ออกอากาศทางช่อง 9 และได้รับรางวัลเมขลา ครั้งที่ 21 สาขาละครแนวส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมดีเด่น

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

หลังจากได้ซีไรต์ ปี 2540 ในปีเดียวกันได้มีการนำบทที่ 1 จากหนังสือ ‘ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน’ ของ

วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรต์ชาวหาดใหญ่ (ดับเบิ้ลซีไรต์ 1 ใน 2 ของเมืองไทย อีกท่านคือ ชาติ กอบจิตติ) มาสร้างเป็นละครออกอากาศทางช่อง 9 นำแสดงโดย พลรัตน์ รอดรักษา นอกจากนี้ วินทร์ เลียววาริณ ยังเคยเขียนบทภาพยนตร์ ‘ปืนใหญ่จอมสลัด’ (พ.ศ.2551) ร่วมกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผลงานกำกับของ ‘อุ๋ย’ นนทรี นิมิบุตร และล่าสุด ต้อม เป็นเอก รัตนเรือง นำ ฝนตกขึ้นฟ้า มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกับหนังสือ และได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม บนเวทีออสการ์ ในปี 2555

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

‘คำพิพากษา’ งานเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2525 ของ ชาติ กอบจิตติ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรก ปี 2532 กำกับโดย เพิ่มพล เชยอรุณ นำแสดงโดย อรุณ ภาวิไล, อภิรดี ภวภูตานนท์ และครั้งที่ 2 ปี 2547 กำกับโดย พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ นำแสดงโดย บงกช (คงมาลัย) เบญจรงคกุล, ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ โดยใช้ชื่อเรื่องว่า ‘ไอ้ฟัก’ และยังถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางทีวีสีช่อง 3 ชื่อเดียวกับหนังสือ ในปี 2528 กำกับโดย สดใส พันธุมโกมล เขียนบทละครโทรทัศน์โดย ชาติ กอบจิตติ นำแสดงโดย กษมา นิสสัยพันธ์, กุณกนิช คุ้มครอง, ส. อาสนจินดา, มีศักดิ์ นาครัตน์ ซึ่งละครเรื่องนี้ได้รับรางวัลเมขลา ครั้งที่ 5 ปี 2528 ทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ ละครชีวิตดีเด่น, ผู้แสดงนำหญิงดีเด่น (กุณกนิช คุ้มครอง), ผู้แสดงประกอบชายดีเด่น (มีศักดิ์ นาครัตน์) และผู้กำกับการแสดงดีเด่น (สดใส พันธุมโกมล) ไม่เพียงเท่านั้นยังมีผู้นำไปสร้างเป็นละครเพลง โดย บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธ, จิระเดช เตะพันธุ และประดิษฐ์ แสงไกร เขียนบทและกำกับการแสดง โดย พรรณศักดิ์ สุขี นำแสดงโดย ยศภูมิ ดำรงค์เดชากุล, ศศิธร โพธา จัดแสดงเมื่อ ก.พ. 2556 ที่ Black Box Theatre ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ในงาน World Symposium on Global Encounters in Southeast Asian Performing Arts

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

‘ปูนปิดทอง’ ของ กฤษณา อโศกสิน อาจไม่ใช่นวนิยายที่นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์บ่อยครั้งนักเมื่อเทียบกับ สวรรค์เบี่ยง, น้ำผึ้งขม, น้ำเซาะทราย หรือแม้กระทั่ง เมียหลวง แต่ปูนปิดทองเป็นนวนิยายที่ได้รับรางวัลซีไรต์ในปี 2528 ในอดีตนั้น ‘อาหนิง’ นิรุตต์ ศิริจรรยา กับ เดือนเต็ม สาลิตุลย์ เคยร่วมแสดงละครปูนปิดทอง โดยออกอากาศทางช่อง 9 นวนิยายของ กฤษณา อโศกสิน เป็นที่ชื่นชอบของ วิจิตร คุณาวุฒิ ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนเดียวที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน (พ.ศ.2505-2508) จนได้รับฉายาว่า ‘เศรษฐีตุ๊กตาทอง’ ท่านมักจะนำนวนิยายชื่อดังของ กฤษณา อโศกสิน มาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เช่น เมียหลวง รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จากการประกวดรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 4 พ.ศ.2522, ป่ากามเทพ รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จากการประกวดรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 3 พ.ศ.2520, น้ำเซาะทราย รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากการประกวดรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 1พ.ศ.2516-17, ดวงตาสวรรค์ รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากการประกวดรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 6 พ.ศ.2506

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

ปี 2525 ‘ลูกอีสาน’ ผลงานรางวัลซีไรต์ ปี 2522 ของ คำพูน บุญทวี ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โดย วิจิตร คุณาวุฒิ และประสบความสำเร็จอย่างมากมายจากเวทีประกวดต่างๆ เช่น การประกวดรางวัลพระราชทานพระสุรัชสวดี ครั้งที่ 6 พ.ศ.2525 ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และในการประกวดรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ครั้งที่ 4 พ.ศ.2525 ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

แม้ว่า ‘ซอยเดียวกัน’ ซีไรต์ ปี 2527 ของ วาณิช จรุงกิจอนันต์ นักเขียนเลือดสุพรรณฯ จะไม่ได้นำมาสร้างเป็นละครหรือภาพยนตร์ แต่ ‘แม่เบี้ย’ ซึ่งเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ ปี 2531 กลับถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมายหลายเวอร์ชั่น โดยถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 2532 นำแสดงโดยลิขิต เอกมงคล และ ภัสสร บุญเกียรติ นางงามรางวัลขวัญใจช่างภาพการประกวดนางสาวไทย ปี 2531 และภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอคว้ารางวัลตุ๊กตาทอง สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ถัดมาในปี 2534 แสงระวี อัศวรักษ์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ นำแสดงในแม่เบี้ยเวอร์ชั่นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทางช่อง 7 หลังจากนั้นในปี 2544 เวอร์ชั่นภาพยนตร์ครั้งที่ 2 นำแสดงโดย ‘กอล์ฟ’ อัครา อมาตยกุล ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อว่า ‘กอล์ฟ’ พุฒิชัย อมาตยกุล และ ‘มะหมี่’ นภคปภา นาคประสิทธิ์ และต่อมาในปี 2555 ก็ได้มีการนำเรื่องนี้กลับมาอีกครั้ง ในเวอร์ชั่นละครเวทีภายใต้ชื่อ ‘แม่เบี้ย The Erotic Art Musical’ โดยได้ ‘หญิง’ รฐา โพธิ์งาม มารับบทเป็นเมขลา มาถึงปีนี้ 2558 ทางบริษัท สหมงคลฟิล์มฯ มอบหมายให้ ‘หม่อมน้อย’ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล รีเมคแม่เบี้ยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ครั้งที่ 3 นำแสดงโดย ‘อ้อม’ กานต์พิศชา เกตุมณี และ ชาคริต แย้มนาม

จากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวีจากวรรณกรรมซีไรต์สู่หนังไทยและละครทีวี

ในอนาคต…ซึ่งไม่รู้ว่าจะใกล้หรือไกล เราคงจะได้เห็นภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมรางวัลซีไรต์อื่นๆ ส่วนจะเป็นเรื่องใด เล่มไหน ของใครนั้น ผู้ชมอย่างเราๆ ก็คงได้แต่ตั้งตารอและติดตามอย่างใจจดใจจ่อ !