10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่านหากกล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในชีวิต การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยสำคัญ คุณสามารถที่จะพัฒนาความสามารถในเรื่องต่างๆของตนเอง

ได้ด้วยการลงมือทำจนเกิดความเชี่ยวชาญ เพราะสมองของมนุษย์จะพัฒนาขึ้นได้ด้วยการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ กันอย่างต่อเนื่อง จนเส้นประสาทในสมองที่เรียกว่า Myelin ถูกสร้างมากขึ้น นอกจากนี้การพัฒนาความสามารถในเรื่องต่างๆ นั้น จำเป็นจะต้องได้วิธีการ หรือแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมด้วย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และไม่เสียเวลาลองผิดลองถูก

วิธีหนึ่งที่จะช่วยร่นระยะเวลาในการพัฒนาตนเองได้คือการอ่านหนังสือ ทั้งนี้หนังสือบนโลกมีมากมายนับไม่ถ้วน แม้จะกำหนดกรอบเป็นหนังสือสำหรับการสร้างความสำเร็จในชีวิตแล้ว ก็ยังมากเกินจะอ่านทั้งหมดได้ ยังไม่นับถึงหนังสือที่ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงที่เราต้องเสียเวลาอ่านอีกด้วย เพื่อเป็นการประหยัดเวลาอันมีค่า เราจึงนำหนังสือแนวพัฒนาตนเองตัวเด็ดๆ มาแนะนำโดยคัดเลือกจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้

1. ความนิยมของผู้อ่านทั่วโลก

2. สามารถสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นได้จริง

3. เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ทั่วโลก

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

Think and Grow Rich : หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1937 โดย นโปเลียน ฮิลล์ ผู้ที่ถูกกล่าวขวัญมากที่สุดตลอดกาลสำหรับผู้เขียนหนังสือแนวพัฒนาตนเอง

นโปเลียน ฮิลล์  ได้แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเล่มนี้ โดยการแนะนำของแอนดรูว์ คาร์เนกี้ มหาเศรษฐีในยุคนั้น ที่ได้แนะนำให้ออกเดินทางหาเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ผ่านการสัมภาษณ์ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมาย ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะมีชื่อเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างความร่ำรวย แต่นโปเลียน ฮิลล์ ก็ได้กล่าวอ้างว่าหนังสือเล่มนี้สามารถสร้างความสำเร็จได้ในทุกเรื่องหากนำหลักการต่างๆ ในหนังสือไปใช้อย่างจริงจัง

หนังสือเล่มนี้ขายได้กว่า 70 ล้านเล่มทั่วโลก และยังสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่องจวบจนถึงปัจจุบันนี้ Think and Grow Rich ยังเป็นหนึ่งในหนังสือที่ จอห์น แม็กซ์เวลล์ หนึ่งในสุดยอดนักสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำว่าควรอ่านอย่างยิ่งครั้งหนึ่งในชีวิต

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

7 Habits of Highly Effective People : เขียนโดย สตีเฟน โควีย์ และถูกตีพิมพ์ในปี 1989 เป็นหนังสือแนวพัฒนาตนเอง ที่เน้นเรื่องการสร้างคุณลักษณะนิสัยที่แท้จริง มากกว่าการพยายามสร้างบุคลิกภาพ โดยใช้หลักอุปนิสัยที่ถือเป็นหลักยึดเหนี่ยว 7 ข้อ หนังสือเล่มนี้มียอดขายมากกว่า 25 ล้านเล่มทั่วโลกและเป็นหนังสือเสียงเล่มแรกจำพวก non-fiction (ไม่ใช่นวนิยายหรือเรื่องที่แต่งขึ้น) ที่มียอดขายมากกว่าล้านเล่ม

สตีเฟน โควีย์ ระบุว่าบรรดาหนังสือเพื่อการพัฒนาตนเองนั้นมักเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ แต่ความสำเร็จที่แท้จริงจะต้องเกิดขึ้นจากการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องในชีวิต หลักการที่สตีเฟน โควีย์ นำมาถ่ายทอด เขายอมรับว่าไม่ได้เป็นผู้คิดค้นขึ้น หากแต่นำมาปรับและเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย หลักการทั้งหมดสามารถนำมาใช้ได้ทุกยุคสมัยไม่มีวันเสื่อมไป

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

Rich Dad Poor Dad : หนังสือเล่มนี้คงไม่มีใครใฝ่หาความอิสรภาพทางการเงินไม่รู้จัก ผู้แต่งคือ โรเบิร์ต คิโยซากิ และ ชารอน เลคช์เตอร์ เป็นหนังสือที่สอนให้สร้างอิสรภาพทางการเงินให้กับชีวิต ผ่านการลงทุนต่างๆ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ การสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง

หนังสือเล่มดังกล่าวเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องมีพ่อ 2 คน คือ พ่อรวยและพ่อจน สะท้อนมุมมองแนวคิดที่ได้จากพ่อทั้ง 2 คน เกี่ยวกับการใช้ชีวิต และการบริหารเงิน หนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนังสือที่ถูกกูรูด้านการเงิน กล่าวถึงบ่อยครั้งเกี่ยวกับการสร้างอิสรภาพทางการเงิน

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

Outliers : หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากหนังสือแนวพัฒนาตนเองทั่วไป เพราะหนังสือดังกล่าว ถูกเขียนขึ้นมาจากการรวบรวม ค้นคว้าสาเหตุของความสำเร็จ โดย มัลคอล์ม แกลดเวลล์ เขากล่าวถึงสาเหตุที่นักฮ็อกกี้ที่ประสบความสำเร็จมักจะเกิดช่วงต้นปี เหตุใดบิล เกตส์ ถึงร่ำรวยอย่างมาก และเพราะอะไรวงดนตรีอย่างเดอะ บีเทิลส์ ถึงกลายมาเป็นวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล นอกจากนี้มัลคอล์ม แกลดเวลล์ ยังกล่าวถึงกฎ 10,000 ชั่วโมง ที่เขาอ้างว่าเป็นสาเหตุสำคัญต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้น หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือขายดีของนิวยอร์ค ไทม์

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

The Power of Habits : หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นในปี 2012 โดย ชาร์ลส์ ดูฮิกก์ นักข่าวของสำนักพิมพ์นิวยอร์ค ไทมส์ กล่าวถึงการสร้างอุปนิสัยของมนุษย์ ผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ สร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับอุปนิสัยของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความสำเร็จผ่านการสร้างอุปนิสัยที่ดี

ชาร์ลส์ ดูฮิกก์ แสดงให้เห็นว่าอุปนิสัยนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับชีวิตของเรา สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับธุรกิจ สังคม และชีวิตของเราได้นอกจากนี้ยังได้รับคำนิยมจาก จิม คอลลินส์ ผู้เขียนหนังสือ Good to Great ว่าเป็นหนังสือที่เฉียบคม และมีประโยชน์อย่างยิ่งถือเป็นหนังสือที่น่าอ่านอย่างมากสำหรับผู้ที่อยากจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตนเองผ่านการปรับเปลี่ยนนิสัย

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

How to Win Friends and Influence People : ถือเป็นหนังสือเล่มแรกๆ ในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง เขียนโดย เดล คาร์เนกี้ หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นในปี 1936 และมียอดขายกว่า 15 ล้านเล่มทั่วโลก มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์และการเอาชนะใจเพื่อนมนุษย์ เน้นไปที่การผูกมิตรกับผู้อื่น เหมาะสำหรับผู้ที่มักจะลำบากใจหรือประหม่าเวลาที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสร้างความสำเร็จในชีวิต เพราะเราไม่สามารถใช้ชีวิตตัวคนเดียวได้ หนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในหนังสือที่ควรอ่านอย่างยิ่งเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพให้น่าคบหา เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะนักขาย นักธุรกิจ ฯลฯ

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

The Richest Man in Babylon : หนังสือเกี่ยวกับการสร้างความมั่งคงร่ำรวย เขียนขึ้นโดย จอร์จ ซามูเอล คลาสัน หนังสือเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่ถูกแต่งขึ้น ในยุคสมัยแห่งบาบิลอนอันมั่งคั่ง
ตัวละครเอกได้เรียนรู้หลักแห่งการสร้างความมั่งคั่ง จนกระทั่งกษัตริย์ในยุคสมัยนั้น มีรับสั่งให้เรียกตัวไปเข้าเฝ้า เพื่อทำการสอนหลักการนี้ แก่ผู้คนในเมืองบาบิลอน ไม่ให้เกิดความยากจนแพร่ระบาดออกไป ถึงแม้หลักการดังกล่าวจะอยู่ในเรื่องแต่งขึ้น แต่ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้อย่างดี อาทิ การเก็บเงินส่วนหนึ่งก่อนนำไปใช้จ่ายชีวิตประจำวัน หรือการนำเงินไปลงทุนให้งอกเงย

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

The 48 Laws of Power : หากอำนาจเป็นสิ่งที่สามารถทำให้เราก้าวสู่ความสำเร็จได้ หนังสือเล่มนี้ สอนกลวิธีการสร้างอำนาจให้มาอยู่ในมือเรา ผ่านปากกาของโรเบิร์ต กรีน เขาได้แนวคิดของหนังสือเล่มดังกล่าว จากเรื่องราวการห้ำหั่นแย่งชิงอำนาจมากมายในประวัติศาสตร์ จนกลายมาเป็นหลักการ 48 ข้อ ที่นำไปสู่การสร้างพลังอำนาจ อาทิ อย่าทำตัวเหนือนาย หรือซ่อนความต้องการเอาไว้ ฯลฯ

หนังสือเล่มนี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย อาทิ ฟิฟตี้ เซนต์ นักร้องชื่อดังที่ชื่นชอบหนังสือเล่มนี้ จนได้ร่วมงานกับโรเบิร์ต กรีน เขียนหนังสือเล่มต่อไปในชื่อ The 50th law หรือบัสต้า ไรฮม์ส ที่นำหลักการในหนังสือเล่มนี้มาใช้ต่อกลอนกับเหล่าโปรดิวเซอร์หนังเจ้าปัญหา แม้กระทั่งดีเจดังระดับโลกอย่าง แคลวิน แฮร์ริส ที่นำหลักการข้อที่ 28 ของหนังสือเล่มนี้มาสักเป็นข้อความไว้ที่แขน

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

The 4-hour Workweek : บรรดาผู้ที่แสวงหาอิสรภาพทางการเงิน คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้ ที่เขียนขึ้นโดย ทิม แฟร์ริสหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในหน้าอินเตอร์เนต หนังสือเล่มดังกล่าวนี้ติดอันดับหนังสือขายดี ของนิวยอร์ค ไทมส์ มากว่า 4 ปี ถูกนำมาแปลแล้วกว่า 35 ภาษา อีกทั้งยังขายไปแล้วกว่า 1 ล้านเล่มทั่วโลก

ทิม แฟร์ริส กล่าวถึงการสร้างชีวิตขึ้นมาด้วยการนิยามความเป็นเศรษฐียุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นจะต้องทำงานตั้งแต่เช้าจดเย็น เข้างานเป็นพนักงานประจำเหมือนอย่างคนทั่วไป ใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการ อาทิ ไปท่องเที่ยวทั่วโลก แทนที่จะมัวทำงานหาเงิน เก็บไว้ใช้ยามเกษียณ

หนังสือเล่มดังกล่าวนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเล่มที่ แพต ฟลินน์ Blogger ชื่อดังแนะนำให้อ่าน เช่นเดียวกับหนังสือ 100$ Startup หรือ ReWork  สำหรับในประเทศไทยนั้นหาซื้อได้ยากมาก จนกระทั่งมีสำนักพิมพ์ตีพิมพ์ใหม่อีกครั้งไม่นานนี้

10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน

Mindset : หนังสือเล่มนี้เขียนโดย คารอล ดเว็ค ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด โดยนำข้อมูลที่ได้จากการทำวิจัยมาเขียนเรื่องราว ผ่านระบบความคิดของมนุษย์ 2 ระบบ คือ

Fixed Mindset และ Growth Mindset เธอกล่าวว่าความคิดที่แตกต่างกันนี้ส่งผลถึงความสำเร็จในเรื่องต่างๆที่เราต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความรัก การใช้ชีวิตคู่ การเรียนรู้สิ่งต่างๆ การดำรงชีวิต หน้าที่การงาน หรือเรื่องราวของธุรกิจขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการส่งเสริมระบบความคิดที่ถูกต้องผ่านการเรียนการสอนที่ถูกหลัก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ในวัยเด็กที่เหมาะสม จนสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะดำเนินชีวิตด้วยความคิดที่ส่งเสริมความสำเร็จ ปัจจุบันไม่มีฉบับแปลภาษาไทยแล้ว

www.hatyaisongkhla.com หวังใจว่า 10 หนังสือพัฒนาตนเอง คนคิดใหญ่ต้องอ่าน ที่กล่าวไปข้างต้นนั้น จะเป็นเสมือนการจุดประกายความคิดเพื่อชี้ทางเดินชีวิตของผู้อ่านทุกท่านได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.leaderwings.co